เรียนรู้ Environment Painting กับ อ. Popcorn

May 5, 2021
This is some text inside of a div block.
This is some text inside of a div block.

ขั้นตอนการทำ Environment Painting

ขั้นตอนที่ 1

สเก็ตช์ภาพที่เรามีในหัวคร่าวๆ ให้ชัดเจนขึ้น วิธีจะทำให้ภาพในที่เราคิดไว้ชัดเจนมากขึ้น ทำได้โดย หา Reference ภาพที่ใกล้เคียงกับที่เราคิดไว้ Mood and Tone ของภาพ แล้วนำภาพที่หามาจัดทำ Moodboard เอาไว้ เพื่อเวลาสเก็ตช์ภาพจะทำให้ไม่ลืมรายละเอียดอื่นๆ หรืออาจจะพบรายละเอียดจากการจัดวางที่น่าสนใจ เวลาเราวาดภาพเราสามารถเล่าเรื่องราวต่างๆลงไปเพิ่มได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องยึดภาพแรกความคิดแรกเสมอ หากมีเวลาในการทำงานที่มากพอ แนะนำให้ทำ Thumbnail sketch เอาไว้ เผื่อจัดองค์ภาพกอบภาพและได้สเก็ตช์ภาพในมุมมองต่างๆ เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด พยายามเอาตัวเองให้เข้าไปอยู่ในภาพให้มากที่สุด ทำอะไรก็ได้ ฟังเพลง ดูหนัง เอาที่ตัวเองชอบ ทำแล้วอินมีความสุข เข้ากับงานทำได้ทั้งนั้น พอเรามีใจจะทำแล้ว เราจะทำมันได้ยาวนาน ไม่เบื่อง่าย

พยายามเอาตัวเองให้เข้าไปอยู่ในภาพให้มากที่สุด ทำอะไรก็ได้ ฟังเพลง ดูหนัง เอาที่ตัวเองชอบ ทำแล้วอินมีความสุข เข้ากับงานทำได้ทั้งนั้น พอเรามีใจจะทำแล้ว เราจะทำมันได้ยาวนาน ไม่เบื่อง่าย


ขั้นตอนที่ 2

เริ่มสเก็ตช์งาน อันดับแรกตั้งโจทย์มาก่อนเลย อย่างในภาพที่เราวาดไปแล้ว โจทย์ของเราคือ สุสานน้ำ การต่อสู้ของอัศวินยักษ์ที่มีมาอย่างยาวนาน  จนพื้นที่ตรงนั้นกลายเป็นแม่น้ำที่อุดมสมบรูณ์ในภายหลัง เบื้องหน้าเป็นเมือง ภาพจะถูกเล่าด้วยชายสวมชุดชนเผ่าที่กำลังเดินทางข้ามแม่น้ำ เผื่อไปยังเมืองเบื้องหน้า ฝูงปลากำลังแหวกว่าย มีบัว มีพืชนานาพันธุ์ขึ้นมา แสดงถึงความอุมสมบรูณ์  เมื่อเราจดของที่ควรจะมีลงไปในกระดาษแล้ว ก็เริ่มสเก็ตช์ บล็อกรูปทรงต่างๆของภาพ รวมถึงจัดองค์ประกอบไปด้วย สเก็ตช์งานไม่ต้องเนี๊ยบมาก เอาพอสะอาดตาดูรู้เรื่อง เวลากลับมาเขียนต่อจะได้จำได้ ไม่สับสน คงไม่มีใครเขียนติดต่อกันแบบไม่กินไม่นอนใช่ไหม ฮ่าๆ…...

สเก็ตช์งานไม่ต้องเนี๊ยบมาก เอาพอสะอาดตาดูรู้เรื่อง เวลากลับมาเขียนต่อจะได้จำได้ ไม่สับสน

ขั้นตอนที่ 3

พอเริ่มสเก็ตช์งานไปแล้ว ตอนแรกๆก็ไม่ใช่จะได้ภาพอย่างที่ฝันเลย  มันจะมีช่วงที่ตันๆอยู่บ้าง แบบจะทำยังไงดีน้า จะใส่อะไรดีอีก แต่เรามีรูปแบบคร่าวๆแล้ว เหลือรายละเอียดบางส่วน ซึ่งเอาจริงมันก็มาเปลี่ยนได้บ้าง ทำเพิ่มเข้าไปได้อีก  พอสเก็ตช์ไว้แล้ว เราจะเริ่มใส่รายละเอียดบางจุด ทำภาพให้เป็นขาว-ดำก่อน เพื่อมองน้ำหนักโดยรวมภาพ 


ขั้นตอนที่ 3.1

เมื่อสเก็ตช์แล้ว เราก็เก็บรายละเอียดงานในบางจุดก่อน เพื่อให้เห็นภาพรวมของงาน

ขั้นตอนที่ 3.2

ตรงที่วงสีแดงเอาไว้ บางอย่างของงานเราจะใช้บรัชสำเร็จ หรือชิ้นส่วนของภาพถ่าย โดยใช้เครื่องมือที่มีชื่อว่า Magic Wand Tool ใช้ Select เฉพาะส่วนของชิ้นนั้นๆ เพื่อใช้หรือนำมาสร้าง บรัชเอาไว้ใช้ได้ เพราะช่วยทำให้งานสมจริงมากขึ้น อีกทั้งมีเทคเจอร์ที่สมจริงขึ้น แต่มันไม่จำเป็นว่าบรัชสำเร็จสำหรับทำงานชิ้นนี้ จะต้องใช้เฉพาะงานนี้ต่อไป เราต้องประยุกต์ใช้เทคเจอร์ต่างๆให้เป็น เช่น บรัชที่ใช้ทำหญ้า ก็สามารถทำพื้นผิวของกำแพงได้

ขั้นตอนที่ 3.3

แต่งานนี้เราจะใช้การสร้างบรัชมาช่วย เช่นหญ้า หรือใบไม้ต่างๆ  ซึ่งบางจุดใช้เทคเจอร์จากชิ้นส่วนของภาพจริงเข้ามาช่วยดังภาพตัวอย่าง จำไว้ว่าไม่ว่าน้องๆหรือผู้สนใจจะทำสิ่งนี้ ก็ให้มีความเข้าใจในเรื่องเทคเจอร์ต่างๆด้วย การสลายฟอร์มเดิม การนำมารวมกันเป็นภาพใหม่นั้น ก็ต้องอาศัยความเข้าใจ ไม่ต่างจากการเขียนภาพขึ้นมา เราจะใช้เครื่องมือ Exposure ในการปรับน้ำหนักของเทคเจอร์ในงานเสมอ เพราะมีให้เลือกปรับมากและสะดวกมากกว่า 

ต่อไปเราก็จะสร้าง Brush เอาไว้เลย เวลาทำงานต่อไปจะได้ไม่ต้องนั่งหาใหม่ แต่ถ้าอยากหาใหม่ก็ได้ อย่าไปยึดติดกับอะไรเดิมๆที่เคยทำ ให้ลองอะไรใหม่ๆบ้าง บางครั้งเราไม่ได้ใช้บรัชเดิม เทคเจอร์เดิมๆเสมอ เราไม่ค่อยมีบรัชประจำตัวที่ใช้ประจำ เพราะส่วนตัวรู้สึกไม่จำเป็น งานไหนต้องการเทคเจอร์ ก็ใช้บรัชมีเทคเจอร์ งานไหนเรียบๆไม่ค่อยมีรอยแปรงมากๆ ก็จะเลี่ยงไปใช้บรัชสมูทๆอื่นๆ



ขั้นตอนนี้เป็นภาพการสร้างบรัช อุตส่าห์เน้นไว้เลย...Select ตัวภาพไว้ แล้วกดตามเลย ตามด้วยตั้งชื่อบรัช มันจะไปขึ้นใน Brush Tool ของเราเอง



พอสร้างบรัชแล้ว ก็ระบายๆแปะๆตามงานได้ ตรงที่เราอยากจะให้มันมีเทคเจอร์ได้เลย ดัดได้ด้วยนะ ดัดตรงไหน ก็กด Ctrl+T ที่ของชิ้นนั้น แล้วมันจะขึ้นแบบนี้

ดัดได้ ดัดไปตามใจเรา!  ใช้ได้กับทุกงานนะ เราอาจจะไม่ได้โชว์ให้เห็นทุกขั้นตอน เพราะบางครั้งขั้นตอนมันซ้ำ แค่อยากให้รู้เครื่องมือ รู้เทคนิค แล้วจะไปปรับใช้อย่างไร อันนี้เอาที่สะดวกเลย การทำตามเทคนิคส่วนตัวของคนอื่นทุกอย่าง มันไม่ผิด แต่บางครั้งเราต้องหัดที่จะประยุกต์ใช้ด้วยตนเอง ลองผิดลองถูก ไม่มีใครวาดเก่ง เขียนเก่งที่สุด มีแต่เราต้องทำไป เพื่อจะเก่งขึ้นไปเรื่อยๆ พอเก็บรายละเอียดบางส่วนไปแล้ว เราก็มาปรับสีกัน



ภาพนี้ ก็วิธีเดิมเลยพอเราเริ่มเก็บรายละเอียดแล้ว เราก็ปรับน้ำหนักภาพไปด้วย เราต้องคิดนะ ว่าภาพที่วาดนี่ ตอนไหน  ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร คงจะคุ้นๆ เรียนแบบนี้มาตั้งแต่สมัยป.1 พอจะทำจริง ลืมทุกที พยายามอย่าลืมนะทุกคน มีสติเข้าไว้!

ขั้นตอนที่ 4

จากข้อ3. เราจะแยกเลเยอร์ไว้ตลอด ถึงเราจะปรับขาว-ดำภาพก็ตาม เพื่อสุดท้ายจะลงสี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาลง ให้ Hue สีเฉพาะเลย 

ขั้นตอนที่ 5

เมื่อได้ภาพสเก็ตช์โดยรวมแล้ว จึงกำหนด Mood and Tone ของภาพ ด้วยการHue สีของภาพโดยรวม แต่ละเลเยอร์ที่เราแยกเอาไว้ กด Ctrl+U สามารถปรับสีแต่ละชิ้นที่เราต้องการได้เลย

ขั้นตอนที่ 5.1

เราจะใช้ Photo Filter ในการช่วยคลุมโทนสีของภาพ เพื่อให้ง่ายต่อการลงสีและเก็บรายละเอียดขั้นต่อไป สามารถเลือกสีได้ตามใจเลย ภาพจะคลุมโทนด้วย ทำให้ทำงานเร็วขึ้น

ขั้นตอนที่ 5.2

การปรับสีนั้น ใช้ได้หลากหลายเทคนิค ไม่ว่าจะเป็น Hue,Photo Filter,Selective color และอื่นๆ ตามแต่ผู้ใช้จะนำไปปรับใช้ได้เลย 

ขั้นตอนที่ 5.3

เมื่อเราคลุมโทนสีคร่าวๆได้แล้ว เราค่อยมาเก็บรายละเอียดอื่นๆต่อไป

ขั้นตอนที่ 6

เริ่มเก็บรายละเอียดได้เลย!  ในส่วนของเรา เราจะเริ่มจากส่วนที่เราชอบ หรือสะดวกใจที่อยากจะทำก่อน นั้นคือหัวกระโหลกและดาบยักษ์ เราจะเลือกเก็บรายละเอียดก่อน  เหมือนเห็นสิ่งที่อยากทำเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว มีกำลังใจอยากทำส่วนอื่นๆต่อไป!  แต่เราก็จะคำนึงเสมอ เวลาทำงาน ว่ากำลังทำงานใยระยะภาพไหนอยู่ จะได้ไม่รวนง่ายเวลาทำงาน 

ขั้นตอนที่ 6.1

เราจะเริ่มจาก คิดว่าพื้นผิวของสิ่งที่เราจะเขียนลงไปนั้น คืออะไร มีอะไรบ้าง เวลามันอยู่ในเวลานี้ วัตถุนี้จะเป็นเช่นไร เก่าหรือใหม่ เวลาเก่าจะมีสีอะไร เวลาหักจะเป็นแบบไหน เราควรจะคำนึงเรื่องพวกนี้เสมอ  เราเริ่มเพ้นรายละเอียดของภาพลงไป พร้อมกับ Hue สีไปพร้อมกัน เพื่อให้ได้สีที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 6.1

เราจะเริ่มจาก คิดว่าพื้นผิวของสิ่งที่เราจะเขียนลงไปนั้น คืออะไร มีอะไรบ้าง เวลามันอยู่ในเวลานี้ วัตถุนี้จะเป็นเช่นไร เก่าหรือใหม่ เวลาเก่าจะมีสีอะไร เวลาหักจะเป็นแบบไหน เราควรจะคำนึงเรื่องพวกนี้เสมอ  เราเริ่มเพ้นรายละเอียดของภาพลงไป พร้อมกับ Hue สีไปพร้อมกัน เพื่อให้ได้สีที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 6.1.1

จากข้อที่ 6.1 เมื่อเราศึกษาพื้นผิวต่างๆของวัตถุที่เราต้องการจะเขียนลงไปแล้ว ก็เริ่มลงมือทำได้  ไม่ว่าเราจะใช้วิธีการหรือเทคนิคไหนก็ตาม ใช้เทคเจอร์ภาพ ใช้บรัชสำเร็จ เขียนเองขึ้นมาก็ตาม ทั้งหมดล้วนอาศัยความเข้าใจจากการศึกษาทั้งสิ้น ทุกอย่างล้วนแต่มีพื้นฐานในการเข้าใจเสมอ เราต้องเรียนรู้และศึกษาที่มาที่ไปของมัน เพื่อให้เข้าใจเวลาเขียนมากขึ้น



ทุกครั้งที่เราเพ้นหรือเก็บรายละเอียดงาน เราจะ Zoom in - Zoom out เพื่อดูงานเสมอ สังเกตตามภาพหัวกระโหลกที่เราเพ้น จะมีระยะของภาพไม่เท่ากัน สำคัญที่เก็บตรงไหน เลือกใช้บรัชที่เหมาะสมกับงาน เราจะเลือกบรัชที่มีเทคเจอร์ในตัว อย่างในข้อแรกที่มีวิธีสร้างบรัชให้ดู เพื่อให้งานดูสมจริงขึ้น


เราจะเริ่มเก็บรายละเอียดในส่วนอื่นๆไปพร้อมๆกัน  เลือกใช้ Rectangular marquee tool ในการเก็บงานแต่ละส่วน ที่อยู่ในเลเยอร์เดียวกัน  แล้วผลักระยะงานไปด้วย ด้วยการเพ้นสีบรรยากาศให้เข้มขึ้น ก่อนจะย้อมด้วย Filter เพราะมันจะเร็วกว่า ใช้สีที่ใกล้เคียงกับสีบรรยากาศของเราเอง


ขั้นตอนที่ 6.1.2

เมื่อเราลงรายละเอียดงานไปแล้ว ควรคำนึงถึงเหตุการณ์ต่างๆที่จะตามมาด้วย เช่น หัวกระโหลกลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ซึ่งความจริงมันอยู่บนเนินดินเล็กๆเท่านั้น เพราะฉะนั้น จึงมีเนินดินที่มีผิวหญ้าสีเขียวปกคลุม เพราะยังอยากสื่อถึงความอุมสมบรูณ์ จึงเน้นสีเขียวเป็นหลัก เวลาผู้ชมภาพ จะได้รู้สึกสดชื่น เย็น และสบายตา เนื่องจากเราต้องการทำภาพแฟนตาซีที่สดใส ตรงนี้เราก็เพ้นหญ้าขึ้นมาเลย เพ้นอย่างไร ก็ไปศึกษาว่า ต้นหญ้าเป็นแบบไหนก่อน จากนั้นก็เลือกบรัชที่เข้ากับงาน แล้วเพ้นลงไปในส่วนที่ต้องการ ดังภาพที่ต้องการ


ขั้นตอนที่ 6.1.3

การเพิ่มรายละเอียดของงาน เช่นดาบ เหล็ก หญ้า เราจะใช้ภาพบางส่วนเข้ามาช่วย แต่วิธีการทำคือ เราต้องร่างภาพขึ้นมา กำหนดสัดส่วนของวัตถุนั้นขึ้นมา และทำการสลายรูปทรงเดิมของภาพถ่ายที่นำมาผสมก่อน เช่นเทคเจอร์ที่มีความเป็นดิน เมื่อนำมาเปลี่ยนรูปร่าง เปลี่ยนสี และเพิ่มเทคเจอร์โดยบรัชอื่นเข้าไป ทำให้เทคเจอร์ดินอันนั้น ทำเป็นสนิมที่เกาะตามวัตถุได้

เราจะใช้เครื่องมือ Replace color ในการปรับสีให้เกิดเป็นสนิมขึ้นมา เมื่อเราปรับค่า Fuzziness คือ พื้นที่ที่เราต้องการให้สีที่ปรับแสดงผลมากน้อยแค่ไหน อันดับแรกต้องดูดสีบริเวณที่ต้องการเปลี่ยนมาก่อน หลังกดReplace color แล้ว เราจะปรับค่าFuzziness ให้แสดงผลน้อย เพื่อต้องการสีที่แตก และกระจายตัว ไม่เกาะกลุ่มจนเป็นสีเดียว เพื่อให้เวลาปรับสีได้แทรกสีที่เป็นสนิมหรือคราบเลอะเข้าไปได้ง่าย และสมจริงดังภาพตัวอย่างข้างล่าง แล้วสามารถปรับค่าที่เหลือตามใจชอบเลย จะทำงานเหมือน Hue เลย

ขั้นตอนที่ 6.1.4

การสลายรูปทรงนั้นๆ เราต้องประยุกต์และทดลองเสมอ บางครั้งที่เราหมุนรูปทรงหรือเทคเจอร์อื่นๆ เราอาจจะมองเห็นรูปทรงนั้นๆ ในมุมใหม่และแปลกตามากขึ้น ใช้ได้ทั้งการวาดภาพ สี และอื่นๆ  


ขั้นตอนที่ 6.1.5

การใช้เครื่องมือปรับสีอื่นก็ช่วยในการทำงานเช่นกัน ไม่จำกัดว่าต้องเป็นวิธีไหน แต่เราต้องการบอกต่อในวิธีการทำงานของเราอีกหนึ่งวิธีเท่านั้น ทุกคนจะเห็นภาพเราถูกเปลี่ยนสีเรื่อยๆ เพื่อต้องการได้ภาพที่ตรงใจที่สุด เหมือนเป็นการทดลองไปในตัว ไม่จำเป็นว่าภาพในหัวเรานั้นดีที่สุด สวยที่สุด เราต้องทดลองไปเรื่อยๆ บางทีสีที่เราคิดว่าไม่น่าจะใช้ได้ อยู่ๆมันก็ใช้ได้ขึ้นมา สวยและแปลกตา  ลองก่อนไม่เสียหายอะไร ถ้าเป็นงานส่วนตัวก็ลองไปเลย ลองไปเรื่อยๆ จนเจอวิธีเจอทางของตัวเอง

ขั้นตอนที่ 6.1.6

จากนั้น เริ่มเก็บรายละเอียดส่วนอื่นๆต่อไป เช่น มีเถาวัลย์ มีพวกซากอลูมิเนียม มีดอกไม้ขึ้น ตะไคร่ และเริ่มใส่พืชต่างๆเข้าไป เริ่มใส่รายละเอียดเมืองเข้าไปข้างหน้า ใส่คน ที่เราจะเอามาเป็นตัวนำเรื่องราว ตามconcept ตอนแรกที่คิดไว้


ขั้นตอนที่ 7

เราจะเริ่มเก็บรายละเอียดต่างๆให้ละเอียดขึ้น เริ่มเพ้นเมืองเบื้องหน้า และผลักระยะภาพออกไป ให้ดูไกลขึ้นด้วยสีฟ้า มีหมอก มีควันบางๆลง ให้ดูหนาวเย็น และเพิ่มความแฟนตาซีมากขึ้น 


ขั้นตอนที่ 8

เราจะขึ้น Character จาก silhouettes ไปเลย ไม่เพียงคาแรคเตอร์ แต่ทั้งภาพเราก็ขึ้นจากsilhouettes อย่างที่บอกไว้ในตอนแรก  เราต้องมองรูปทรงของสิ่งของนั้นๆให้ออก จะได้มองเห็นภาพรวมง่ายขึ้น อย่างภาพในตัวอย่าง เราจะแก้ silhouettes  ไปจนเราพอใจ หรือเพิ่มรายละเอียดเข้าไปอีก อาจจะมีตรวจเช็คองค์ประกอบภาพ ปรับรูปทรงของสิ่งในภาพใหม่ แล้วขยับบางอย่างออก เวลาทำงานให้แยกเลเยอร์เอาไว้เสมอ เวลาขยับอะไรจะได้ง่ายขึ้น  ไม่ต้องเสียเวลาแก้ใหม่เยอะ แต่อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนด้วยนะ 


ขั้นตอนที่ 9

เราเริ่มเก็บรายละเอียดในส่วนอื่นๆเพิ่มขึ้น ตามมาเรื่อยๆดังภาพขั้นตอนต่างๆของการเก็บงาน 


ขั้นตอนที่ 9.1

เราต้องคิดเสมอทุกครั้งเวลาทำงาน ว่าภาพเรานั้น มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เวลาไหน เพื่อเวลาเราเก็บรายละเอียดจนจบงานจะได้ไม่หลุดจาก Concept ที่วางไว้แต่แรก พองานมันหลุดไปแล้ว บางทีแก้ยาก Concept มันก็จะเปลี่ยนไปด้วย ความจริงถึงจะเปลี่ยนก็ไม่เป็นไร หากเป็นงานส่วนตัว แต่ก็ควรจะทำตามโจทย์ที่กำหนดได้ด้วย เป็นการฝึกตัวเองไปด้วย  


ขั้นตอนที่ 9.2

ทุกครั้งที่เก็บรายละเอียด เราต้องคอยตรวจระยะภาพไปด้วย พยายามเพิ่ม เสริมเข้าไปทุกครั้ง เพื่อให้งานดูดีขึ้น ระยะหน้าจะเล่าอะไร ระยะไกลจะเล่าอะไร ภาพทั้งหมดต้องการเล่าอะไร ทุกอย่างต้องมีความสอดคล้องกัน

ขั้นตอนที่ 9.3

ในส่วนอื่นๆ ของพื้นผิวของน้ำ ปราสาท เมืองระยะไกล เราต้องดูมาจากภาพจริง ศึกษามาก่อนว่า มันเขียนขึ้นมาอย่างไร  ทำวิธีใด ต้องใช้บรัชแบบไหน เราต้องแกะงานออกมาให้ได้ วิธีก็ตามข้างต้นที่เคยกล่าวเอาไว้ 

ขั้นตอนที่ 10

เมื่อเราได้ภาพรวมของงานเกือบละเอียดแล้ว เราจะตรวจงานตัวเองอีกครั้ง หรือเอางานตัวเองมาตรวจดูว่า ตรงไหนยังไม่สมบรูณ์ จะแก้ตรงไหนให้ดีขึ้นได้อีก เขียนข้อผิดพลาดและแก้งานตัวเองลงไป 


ขั้นตอนที่ 11

พอเราเริ่มตรวจงานตัวเองแล้ว ก็จะเริ่มแก้งาน เพื่อให้งานสมบรูณ์ขึ้น เช่นแทรกสีบรรยากาศเข้าไปตามสิ่งของต่างๆในภาพ ถ้าใช้เงาดำทึบไปเลย จะทำให้ภาพไม่ธรรมชาติ เพิ่มคลื่นบนผิวน้ำ ลดความชัดของฉากระยะหน้าออกไปอีก เราเริ่มเพิ่มเรื่องราวเข้าไป เล่าใหม่ให้สมบรูณ์ขึ้น ด้วยการเพิ่มพวกโครงกระดูกเข้าไปอีก เพื่อให้เรื่องราวชัดเจนขึ้น เพิ่มCharacterคนเข้าไป ที่สมชุดดูแฟนตาซีมากขึ้น ดูมีเรื่องของเวทย์มนตร์เข้ามาเกี่ยวมากขึ้น ด้วยการใส่สัญญาลักษณ์ ใส่เครื่องหมายเหมือนการลงอาคมเอาไว้ ตามดาบ หรือกระโหลก ว่าของพวกนี้ถูกลงอาคมอะไรบางอย่างเอาไว้

ขั้นตอนที่ 11.1

เราจะเริ่มเก็บภาพให้สมบรูณ์ขึ้น ใส่ใบบ้วที่ขี้เข้าหาตัว Character ใส่ฝูงปลาที่  ว่ายวนใกล้ๆ Character ใส่Particle รอบๆตัวละคร ขณะที่ตัวละครมองไปยังเมืองเบื้องหน้า เราต้องการให้ผู้ชมมองไปยังตัว Character  แล้วก็มองไปยังเมืองเบื้องหน้า เพราะตัว Character กำลังเดินทางไปยังเมืองเบื้องหน้า โดยต้องข้ามผ่านสุสานน้ำแห่งนี้ 

ขั้นตอนที่ 12

เมื่อเราเริ่มแก้ไขข้อผิดพลาดของงานตัวเองแล้ว เราจึงเริ่มทำการปรับสีของภาพ เพื่อให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้น การปรับสีเราใช้ Photo Filterเข้ามาช่วยในการปรับสี เพราะง่ายต่อการคลุมโทนของภาพมาก แต่ถ้าใช้เยอะเดินไป ภาพจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้

เราจะเพิ่มสีบรรยากาศให้เป็นสีฟ้าอมม่วง ทำให้ภาพดูแฟนตาซีค่อนไปทางการ์ตูนขึ้น จะไม่เน้นหนักไปทางเทาหรือมืดมาก เพราะจะทำให้ภาพดูจริงจังเกินไป Hue ค่า Saturation ให้สูงขึ้น เพื่อให้สีสดขึ้น ทำให้ภาพดูสดใส ต่างจากภาพทางซ้าย แต่เราจะใช้วิธีปรับด้วยการสร้างเลเยอร์เพิ่มขึ้นมาดังภาพ


เวลากดปิด-เปิดเลเยอร์ จะได้สะดวก ไม่ต้องกด Undo กลับไปกลับมา ใช้เปิด-ปิดเลเยอร์เอาไว้ ใช้การกด Create new fill or adjustment layer + Photo Filter จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมา คือ Properties> Photo Filter ขึ้นมาให้เราปรับได้ตามสะดวกเลย

 อย่างไรก็ตามแต่ ไม่ว่าเราจะให้เครื่องมือ หรือเทคนิคใดก็ตาม พื้นฐานในการวาดนั้นสำคัญที่สุด เครื่องมือช่วยให้เราทำงานไวขึ้น หัดที่จะลองที่จะเรียนรู้วิธีต่างๆ หาทางของตัวเองให้เจอ และรู้จักเรียนรู้วิธีต่างๆของคนอื่นบ้าง มันจะทำให้เราเดินได้เร็วขึ้น มาพยายามไปด้วยกันนะ



ถ้าสนใจติดต่อคอร์สเรียนทักได้ที่ เพจ The Zero One ได้เลยครับ

รายละเอียดคอร์ส

Environment design (เรียนรู้เทคนิคการจำลองโลก​เสมือนจริง)​( 7​ ครั้ง​ 50​ ชั่วโมง)​Environment design​ คืออะไร​ ถ้าคุณเรียนเพื่อจะนำไปต่อยอดสายทำเกม​ สายภาพยนตร์​ คอร์สนี้คือคำตอบ​ เพราะคุณจะได้จำลองโลกเสมือนจริงขึ้นมา​ เพื่อให้ดูภาพรวมของสิ่งที่จะทำ​ ก่อนที่จะส่งต่อกระบวนการถัดไป​ เป็นการออกแบบฉากและภาพโดยรวม​ ที่จะใช้​จริงในลำดับต่อไป​ สอนตั้งแต่กระบวนการคิด วางแผนก่อนที่จะลงมือทำ การจัดองค์ประกอบภาพ คำนวณสภาพแวดล้อมที่จะเขียน การเลือกสีเข้าในในชั้นงาน ตามบรรกาศของสภาพแวดล้อม รวมทั้งการใช้เครื่องมือในแต่ล่ะชนิด เพื่อจบงาน เหมาะกับคนที่จะเข้าทำงานตามสตูดิโอ​ และอยากอัพเกรดสกิลการทำงาน​ เพื่อเปิดโอกาสให้กับตัวเองมากขึ้น​ คุณจะได้เรียนรู้กับอาจารย์สอน ที่ทำงานให้กับสตูดิโอชั้นนำ​ และทำงานให้กับต่างประเทศ



อ้างอิงจาก Spotlight Daily